วิสัยทัศน์

ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกลางนักเรียนคริสเตียน
ของผู้ปกครองรวี บัวเย็น (ค.ศ. 2022-2027)

แผงไม้

“ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง
เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ
เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์”

(มัทธิว 5:16)

วิสัยทัศน์

“สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน (สนค.) เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่ให้บริการพัฒนาภาวะผู้นำนิสิตนักศึกษาตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ ในชุมชน หอพัก
และมหาวิทยาลัย 
ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในประเทศไทย”

อธิบายองค์ประกอบของวิสัยทัศน์

1. สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน (สนค.) เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า

หัวใจสำคัญที่จะทำให้พันธกิจเริ่มแรกทั้ง 4 ของสนค.ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่หอพักหรือสถานที่
ที่มีบริการที่พักอาศัยในทำเลที่ดี ในราคาย่อมเยา มีสิ่งอำนวยความสะดวกและมีอาหารที่ดีสองมื้อ
ต่อวันเท่านั้นแต่หัวใจสำคัญของสนค.คือ คนหรือบุคลากรของสนค. ที่มีชีวิตที่สำแดงออกถึง
การเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และมีทักษะความเชี่ยวชาญในการเสริมสร้าง และพัฒนานิสิตนักศึกษา
ผ่านกระบวนการพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ จึงจะทำให้พันธกิจของสนค.
บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

บุคลากรของสนค. ที่เป็นคริสเตียนต้องเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ ต้องมีใจที่จะทำงานทุ่มเท
ประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ อภิบาล และมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาวะผู้นำ
ตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ให้แก่เยาวชนนิสิตนักศึกษา  ส่วนบุคลากรที่ไม่ใด้นับถือศาสนาคริสต์
จะต้องเป็นคนที่ยอมรับหลักความเชื่อของศาสนาคริสต์และยินดีที่ที่จะทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อให้
พันธกิจของสนค.บรรลุผลสำเร็จ

 

2. ให้บริการพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ 

การพัฒนาเยาวชนตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ เป็นสิ่งที่เกิดและพัฒนาขึ้นในสนค.อย่างยาวนาน

ตั้งแต่ ศจ.เรย์ ซี ดาวนส์ ได้เริ่มบุกเบิกพันธกิจนี้เมื่อปี ค.ศ. 1954 บนอุดมการณ์ตามความเชื่อศาสนาคริสต์ที่ได้ถูกวางรากฐานและสอดแทรกในกิจกรรมต่างๆ ของสนค. จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งลักษณะภาวะ

ผู้นำที่สนค.ได้ใช้พัฒนาเสริมสร้างนิสิตนักศึกษามีความสอดคล้องกับภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership) ซึ่งเป็นทฤษฎีภาวะผู้นำที่เกิดขึ้นใหม่ในวงการวิชาการและวงการธุรกิจ เมื่อปี ค.ศ. 1977 โดยคุณ Robert K. Greenleaf ได้ประพันธ์เอาไว้ จึงทำให้สนค. มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

จากหอพักอื่นๆ ในประเทศไทย ที่ไม่มีพันธกิจที่มีการพัฒนาภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้เช่นนี้หรือมีน้อยมาก  พันธกิจการพัฒนาภาวะผู้นำของสนค. จึงเป็นการให้บริการที่ถือเป็นจุดแข็งอย่างยิ่งของสนค.ที่จะใช้

ในการขยายพันธกิจให้เป็นที่ยอมรับสูงสุดในประเทศไทยต่อไป

 

ผู้นำตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ (ลูกา 22:24-27)

24 มีการโต้เถียงกันในพวกสาวกว่าใครในพวกเขาที่นับว่าเป็นใหญ่ 

25 พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “กษัตริย์ของคนต่างชาติย่อมเป็นเจ้านายเหนือเขาทั้งหลาย และผู้ที่มีอำนาจเหนือเขานั้นเรียกตัวเองว่าเจ้าบุญนายคุณ 

26 แต่พวกท่านจะไม่เป็นอย่างนั้น ในพวกท่านคนที่เป็นใหญ่ต้องเป็นเหมือนเด็ก และคนที่เป็นนายต้องเป็นเหมือนผู้ปรนนิบัติ 

27 ใครเป็นใหญ่กว่ากัน ผู้ที่นั่งรับประทานหรือผู้ปรนนิบัติ? ผู้ที่นั่งรับประทานไม่ใช่หรือ? แต่ว่าเราอยู่ท่ามกลางพวกท่านเหมือนกับผู้ปรนนิบัติ

 

ผู้นำตามแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership)

ผู้นำแบบผู้รับใช้ มีส่วนคล้ายกับผู้นำแบบมีส่วนร่วม คือเป็นผู้ช่วยเหลือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ มีการมอบอำนาจให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทำให้บุคลากรเกิดความพึงพอใจ และมีผลงานที่ดี

 

คุณสมบัติของผู้นำตามแบบผู้รับใช้ มีดังนี้

  • เป็นนักฟังที่ดี (Listening): เน้นการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ

  • เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น (Empathy): เข้าใจความรู้สึกและมุมมองของผู้อื่น

  • ให้การดูแลทางจิตใจและวิญญาณ (Healing): ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นองค์รวม

  • มีความตระหนักในตนเอง (Awareness): รู้คุณค่าของตน ความรู้สึก จุดแข็ง และจุดอ่อน

  • รู้จักโน้มน้าวใจคน (Persuasion): มีอิทธิพลต่อผู้อื่นโดยวิธีการโน้มน้าว

  • มีกรอบความคิด (Conceptualization): บูรณาการความเป็นจริงในปัจจุบันและความน่าจะเป็นในอนาคต

  • คาดการณ์ล่วงหน้าได้ (Foresight): มีสัญชาตญาณ เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

  • เป็นผู้ให้บริการ (Stewardship): จัดสรรทรัพยากรเพื่อทำในสิ่งที่ดีขึ้น

  • มุ่งมั่นพัฒนาคน (Commitment to the growth of people): รับผิดชอบต่อความต้องการของผู้อื่น

  • สร้างชุมชน (Building community): สร้างความรู้สึกว่าเป็นชุมชนเดียวกัน

 

ข้อดีของผู้นำตามแบบผู้รับใช้ มีดังนี้

  • เป็นแนวคิดในการทำงานและความเป็นอยู่ในระยะยาว และมีผลบวกต่อสังคม

  • เป็นการบริหารบุคคล ที่ทำให้บุคลากรปฏิบัติกับลูกค้าในทางที่ดี ทำให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดี

  • สร้างความผูกพันของบุคลากร

  • เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

  • เน้นความสำคัญของผู้นำที่มีต่อบุคลากร

  • ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนด้านบุคลากรดีขึ้น องค์กรมีผลงานที่ดีขึ้น

 

3. ให้แก่นิสิตนักศึกษาในชุมชน หอพักและมหาวิทยาลัย

กระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์  หรือในทฤษฎีทางวิชาการเรียกว่า
ผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership) นั้น มีข้อดีหลายประการแต่ข้อเสียมีอยู่ประการหนึ่ง คือ เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องอาศัยระยะเวลา จึงทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมกลยุทธ์ของสนค. ต้องใช้
รูปแบบหอพักนักศึกษาเพื่อทำพันธกิจนี้ เพราะนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในหอพักจะใช้เวลาถึง 3-4 ปี
ในการพักอาศัยอยู่ที่หอพัก จึงเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเพียงพอที่จะปลูกฝังค่านิยมของคุณลักษณะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ ให้แก่นิสิตนักศึกษาที่พักอยู่ในหอพักนั่นเอง

นอกจากรูปแบบพันธกิจหอพักที่เอื้ออำนวยให้การทำพันธกิจสนค.ประสบความสำเร็จแล้ว  ยังสามารถสร้างสรรค์และประยุกต์พันธกิจของสนค.ออกไปสู่ชุมชนต่างๆ ที่มีลักษณะเอื้ออำนวย เช่น ชุมชน
ในมหาวิทยาลัย ที่นักศึกษาต้องเรียนเป็นระยะเวลา 3-4 ปี หรือชุมชนอื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน คือ
มีระยะเวลาในการเรียนรู้ยาวนานพอสมควร

 

4. ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในประเทศไทย

เป้าหมายความเป็นเลิศของสนค. คือ

1. เป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่ทำหน้าที่สาวกของพระเยซูคริสต์ อย่างสมบูรณ์ คือ สามารถประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณ อภิบาล และสร้างสาวก ท่ามกลางเยาวชนนิสิตนักศึกษาที่มาอยู่ภายใต้การดูแลของสนค. ให้ทุกคนได้รู้เรื่องพระกิตติคุณขององค์พระซูคริสต์ ได้มีโอกาสเปิดใจรับองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด และถวายตัวเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ 

2. เป็นผู้ให้บริการพัฒนาเสริมสร้างภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ และผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership) จนเป็นที่เชื่อถือและยอมรับในสังคมไทยสูงสุด จนสามารถขยายพันธกิจนี้
ไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย

3. สภาคริสตจักรในประเทศไทยยอมรับให้สนค. เป็นผู้ให้บริการพัฒนาเสริมสร้างภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ให้ผู้นำในคริสตจักร หน่วยงาน และสถาบันสังกัดสภาคริสตจักรฯ

พันธกิจ

พันธกิจเริ่มแรกจนถึงปัจจุบันของสนค.

  1. ทะนุบำรุงและพัฒนานิสิตนักศึกษาคริสเตียน ในสถาบันอุดมศึกษาในกรุงเทพมหานคร
    (Nurture and development)

  2. พัฒนานิสิตนักศึกษาคริสเตียนดังกล่าวให้เป็นผู้ถวายตนต่อพระเยซูคริสตเจ้า
    (Commitment to Jesus Christ)

  3. เตรียมนิสิตนักศึกษาให้เป็นผู้นำ/ผู้รับใช้ในคริสตจักร ชุมชน และสังคมประเทศ (Leadership)

  4. ประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณของพระเยซูคริสตเจ้า โดยการประพฤติตนเป็นแสงสว่าง (Evangelism)

 

พันธกิจเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 2021 เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่นำเสนอ

  1. เสริมสร้างพัฒนาบุคลากรสนค. นิสิตนักศึกษาคริสเตียน และคนในชุมชนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสนค. ให้เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์

  2. เสริมสร้างพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ และผู้นำแบบผู้รับใช้ ให้แก่บุคลากรสนค. นิสิตนักศึกษาและ คนในชุมชนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสนค.

 

เป้าหมาย

ตามวิสัยทัศน์ที่นำเสนอ สนค.จะมีเป้าหมาย ดังนี้

  • ในด้านการรับใช้พระเจ้า มีเป้าหมายเสริมสร้างพัฒนาบุคลากรคริสเตียนทุกคนให้เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ สามารถประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์  อภิบาล และดูแลจิตวิญญาณของนิสิตนักศึกษา และชุมชนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสนค.ได้ตามที่พระเยซูคริสต์ทรงบัญชาเอาไว้ และมีส่วนทำให้เป้าหมายตามนโยบายของสภาคริสตจักรในประเทศไทย สำเร็จตามตัวชี้วัดที่ตั้งเป้าหมายไว้

  • ในด้านการให้บริการพัฒนาเสริมสร้างภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ และผู้นำแบบผู้รับใช้มีเป้าหมายในการนำหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบผู้รับใช้ที่เป็นยอมรับระดับสากลมาปรับใช้ร่วมกับรูปแบบกิจกรรมพัฒนาภาวะผู้นำของสนค.ที่มีอยู่แล้วให้ก่อเกิดเป็นรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำที่ดียิ่งขึ้น และเหมาะสมกับบริบทของนิสิตนักศึกษาไทย เพื่อนำมาใช้ภายในสนค.ที่กรุงเทพฯ ที่ศูนย์เชียงใหม่ และขยายออกไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรของสนค.ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการด้านนี้ จนสามารถเป็นตัวแทนของสนค.และสภาคริสตจักรในประเทศไทย ออกไปให้บริการและทำพันธกิจไปพร้อมกันทั่วทั้งประเทศไทย

  • ในด้านการตอบสนองนโยบายของสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีเป้าหมายชัดเจนในพันธกิจของสนค. ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบันอยู่แล้ว คือ การเตรียมนิสิตนักศึกษาให้เป็นผู้นำ/ผู้รับใช้ในคริสตจักร ซึ่งสนค.ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ตามวิสัยทัศน์ที่นำเสนอใหม่นี้ สนค.มีเป้าหมายที่จะขยายพันธกิจการพัฒนาภาวะผู้นำออกไปสู่ชุมชนในสภาคริสตจักรฯ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในคริสตจักร หน่วยงาน หรือสถาบันสังกัดสภาคริสตจักรฯ โดยการร่วมกันทำพันธกิจนี้ด้วยกัน เช่น กรณีศึกษาที่มหาวิทยาลัยพายัพ

  • ในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของพันธกิจของสนค.ตามวิสัยทัศน์ที่นำเสนอ คือการเป็นที่ยอมรับสูงสุดในประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน กองทุนที่มีดอกผลอย่างสม่ำเสมอ เหมือนกรณีตัวอย่างพันธกิจของสมาคม YWCA จึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนาทรัพย์สินและที่ดินเพื่อสร้างดอกผลสนับสนุนพันธกิจของสนค. ร่วมถึงสนับสนุนพันธกิจของสภาคริสตจักรในประเทศไทยที่เป็นต้นสังกัดให้เข็มแข็งไปด้วยกัน

กลยุทธ์

สนค.วางเป้าหมายที่จะเสริมสร้างการพัฒนาบุคลากร นิสิตนักศึกษา และคนในชุมชนให้มีการเติบโตด้านภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์อย่างยั่งยืน เพื่อให้สนค.เป็นพันธกิจการให้บริการการพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์ ที่เป็นที่ยอมรับสูงสุดทั่วทั้งประเทศไทย ภายใต้กลยุทธ์หลัก ในการดำเนินพันธกิจ ดังนี้

  • การเป็นหุ้นส่วน/พันธมิตรในการสร้างสาวก

การร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างจริงจังในการผลักดันให้บุคลากร และนิสิตนักศึกษาคริสเตียน เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์

  • การเป็นหุ้นส่วน/พันธมิตรในการให้บริการเสริมสร้างพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระเยซูคริสต์

การร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากลอย่างจริงจังในการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบกระบวนการเสริมสร้างพัฒนาภาวะผู้นำตามแบบอย่างพระซูคริสต์ของสนค. กับผู้นนำตามแบบผู้รับใช้ในระดับสากล

  • การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การส่งเสริมพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นสาวก และมีทักษความสามารถในการเป็นตัวแทนในการให้บริการพัฒนาภาวะผู้นำตามรูปแบบของสนค.

  • การพัฒนาทรัพย์สินและที่ดิน เพื่อสร้างดอกผลอย่างยั่งยืน / การลงทุน / หุ้นส่วนการพัฒนา

การพัฒนาทรัพย์สินและที่ดิน ร่วมกับสภาคริสตจักรในประเทศไทย เพื่อสร้างดอกผลที่ยั่งยืนในการสนับสนุนพันธกิจทั้งของสนค. และสภาคริสตจักรฯ ในองค์รวมไปด้วยกัน